Make your own free website on Tripod.com
About us
Webboard
Chatroom
Guestbook
Links

โกงกาง

กล้วยไม้

ข้าวโพด

 

หน้าที่และชนิดของราก

ขณะที่เมล็ดเริ่มงอกส่วนของเอมบริโอที่เจริญออกมาจากเมล็ดลำดับแรกคือ รากรากที่เจริญออกมาเป็นส่วนของ
แรดิเคคิล ของเอมบริโอ ซึ่งจะเจริญต่อไปหเป็นรากแก้ว  รากแก้วนี้สามารถแตกกิ่งก้านออกไปได้อีกหลายแขนง
รากแขนงนี้เจริญจากเพริไซเคิล ในพืชบางชนิดจะเกิดจากรากส่วนอื่นๆของพืชได้ เช่น ลำต้น หรือใบ เรียกว่า
รากพิเศษ (
adventitious  root)

พืชใบเลี้ยงคู่ส่วนมากจะมีรากแก้ว  ส่วนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวรากแก้วมักหยุดเจริญและหายไป  แต่จะมีรากพิเศษ
เจริญมาแทน  รากพิเศษนี้สามารถแตกกิ่งก้านสาขาเหมือนพืชใบเลี้ยงคู่  หรืออาจไม่แตกกิ่งก้านสาขา

ตามปกติรากของพืชมีหน้าที่สำคัญคือ  ดูดน้ำ  และธาตุอาหารต่างๆ  จากดิน  และลำเลียงผ่านไปยังส่วนต่างๆ
ของพืช 

 

 

 

 

กระชาย มันเทศ  หัวไชเท้า(หัวผักกาดขาว) หัวแครอท รากของพืชพวกนี้นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ารากธรรมดา
เนื่องจากเป็นรากที่ทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารเช่นเดียวกับรากมันแกว

ในบริเวณที่มีกระแกน้ำนิ่ง  เช่น  ในป่าพรุ  หรือมีน้ำขึ้นน้ำลงตลอดเวลา เช่น ป่าชายเลน พืชขนาดใหญ่
ที่เจริญเติบโตในบริเวณนี้จะมีรากที่แตกออกด้านข้างของลำต้นพุ่งลงไปในดินช่วยพยุงลำต้น  เช่น
รากค้ำของต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่ตามป่าชายเลนรากค้ำของต้นอ้ายบ่าวที่ขึ้นในป่าพรุ  รากแขนงของพืชบางชนิดในบริเวณ
ป่าชายเลน เช่น แสม ลำพู  จะมีรากโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน  และผิวน้ำเพื่อทำหน้าที่หายใจ เรียกว่า  รากหายใจ

นอกจากนี้รากยังช่วยดักธาตุอาหารและอินทรียวัตถุต่างๆ ให้แก่พืชอีกด้วย พืชบกบางชนิดมีรากค้ำ เช่น
ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เตย พืชที่อาศัยอยู่บนต้นไม้อื่นบางชนิด เช่น กล้วยไม้จะมีรากอากาศช่วยในการดูดซับความชื้น
และถ้ารากมีสีเขียวก็จะสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้อีกด้วย แพงพวยน้ำที่ลอยน้ำ ถ้านักเรียนยกลำต้นขึ้น
เหนือน้ำจะเห็นว่า มีรากบางรากเปลี่ยนแปลงเป็นทุ่นช่วยพยุงให้ลำต้นลอยน้ำได้